ก่อน ดูดไขมัน ควรเตรียมตัวอย่างไร

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมัน

ก่อน ดูดไขมัน ควรเตรียมตัวอย่างไร

9 ถามก่อนการดูดไขมัน

การดูดไขมันแม้เป็นเพียงการผ่าตัดเล็กที่คนไข้สามารถกลับบ้านได้เลยภายในวันนั้นได้เลยแต่การผ่าตัดก็ควรมีการเตรียมพร้อมที่ดี เพื่อความปลอดภัยและผลการรักษาที่ดีกับคนไข้ (Guidelines of care for liposuction by the American Academy of Dermatology)

1. ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูดไขมัน การดูดไขมันคืออะไร ?

เพื่อเป็นการปรับรูปร่างหรือการลดไขมันส่วนเกินออก จึงไม่ใช่เป็นการลดน้ำหนักครับ การลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือการออกกำลังการร่วมกับการควบคุมอาหาร ดังนั้นหลังดูดไขมันจึงควรออกกำลังกายร่วมกับการควบคุมอาหารควบคู่กันด้วย

2. แล้วคนไข้แบบไหนถึงควรทำและผลการรักษาควรเป็นอย่างไรหลังทำ ?

โดยคนไข้บางคนที่ควบคุมน้ำหนักแล้วแต่ก็ยังมีไขมันส่วนเกินอยู่ อยากให้รูปร่างดูดี มีความโค้งเว้ามากขึ้นแบบนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะในการดูดไขมัน (good candidate) โดยแพทย์จะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินผลการรักษาด้วยครับ (ดั้งนั้นแพทย์ควรแนะนำคนไข้ที่จะทำการดูดไขมันว่าวิธีนี้เหมาะสมหรือไม่หรือวิธีอื่นเหมาะสมกว่า และที่สำคัญคือว่าคนไข้จะได้ผลตรงตามจุดประสงค์ของคนไข้ไหม ถามหมอที่ท่านรักษาได้เลย)

3. ต้องครวจเลือดไหม ?

ทางที่ดีควรมีการตรวจเลือดเช่น การตรวจเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด (cbc with platelet count) การแข็งตัวของเลือด ( PT, PTT, TT) เกลือแร่ในร่างกาย และการทำงานของตับ (Electrolyte, Liver Function Test) ตรวจการตั้งครรภ์ (Pregnancy Test) การติดเชื้อเช่น เอดส์และไวรัสตับอักเสบบี (Anti-HIV and Hepatitis B) ร่วมถึงการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) โดยทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของคนไข้ก่อนการทำหัตถการ (การตรวจอาจมีมากน้อยตามโรคประจำตัวของคนไข้ด้วย)

4. ควรงดยาก่อนผ่าตัดไหม ?

แน่นอนครับยาบางตัวควรหยุดทานก่อนการผ่าตัดเช่น ยาละลายลิ่มเลือดหรือรบกวนการแข็งตัวของเลือด(Aspirin, Warfarin) ยาแก้ปวด(NSAID)    วิตามิน อี(Vitamin E) และยาที่มีผลต่อตับ เช่น ยาสมุนไพรต่างๆ(Herbal remedies)

5. ค่าใช้จ่ายในการรักษาและหลังการรักษา ?

เรื่องนี้แล้วแต่สถานที่และความละเอียด ชำนาญ ของแพทย์เลยบอกยากคะ

6. ตอนทำจะรู้สึกอย่างไร ?

สามารถวางยาสลบหรือการใช้ยาชาเฉพาะที่ก็ได้ครับ โดยปกติมักทำแบบการใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยานอนหลับ หลังทำคนไข้สามารถกลับบ้านในวันนั้นได้เลยและคนไข้ก็ไม่ค่อยเจ็บครับ (คนไข้ส่วนใหญ่มักจะหลับตื่มมาก็เสร็จละ) แต่การวางดมยาสลบอาจจำเป็นในคนไข้ที่ต้องการการดูดไขมันในปริมาณมาก เช่น 5 ลิตรขึ้นไปหรือขณะดูดไขมันคนไข้ต้องนอนคว่ำ(กลัวเรื่องการหายใจ)

7. ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ? (Know all the risks and procedure limitations)

การผ่าตัดทุกชนิดมีความเสี่ยงดังนั้นควรมีการเตรียมพร้อมที่ดีและแพทย์ผู้ที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการทำเป็นสำคัญครับ โดยอาจเกิด การติดเชื้อ, บวม, การแทงเครื่องมือทะลุเยื่อบุช่องท้อง,ชาบริเวณที่ดูดไขมัน, โดยผลข้างเคียงที่รุนแรงที่สุด คือ ไขมันอุดเส้นเลือด ซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ครับ  ( U S Food and Drug Administration,2012 ) แต่หลังทำคนไข้มักจะบอกว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิดนะคะ

8. คืนก่อนผ่าตัดควรทำอย่างไร ?

พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้สบายไม่ต้องกังวลครับ ถ้าคุณได้วางแผนและการเตรียมพร้อมการรักษาเป็นย่างดีแล้ว ผลลัพธ์ออกมาดีแน่ (ในคนไข้บางคนอาจให้ยานอนหลับคืนก่อนการรักษาเพราะความตื่นเต้นกังวลอาจทำให้นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ ดูเป็นกรณีไปคะ)

9. ต้องหยุดงานไหม ?

แนะนำให้หยุดงาน 3 วันขึ้นไปสำหรับการเปลี่ยนแผลและความสะดวกของคนไข้ แต่หลังทำคนไข้สามรถเดินหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ (ถ้าไหวก็ทำงานได้เลยขออย่างน้อย 2-3วัน) หลังทำคนไข้ส่วนใหญ่สามารถกลับบ้านได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล เว้นในกรณีที่มีการดูดไขมันในปริมาณที่มากหรือมีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

โดยทั้งหมดนี้เป็นการรวมรวมจากประสบการณ์ในการดูดไขมันของผู้เขียนเพื่อให้คนไข้มีความเข้าใจและมีความปลอดภัยในการรักษาเพื่อพิจารณาไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนการดูดไขมัน ที่สำคัญคือได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
Credit : Pantip ก่อน ดูดไขมัน ควรเตรียมตัวอย่างไร

ดูดไขมัน 10 สิ่งที่เราควรรู้

ดูดไขมัน

ดูดไขมัน 10 สิ่งที่เราควรรู้

สาวๆ คนไหน ที่ไม่มีความมันใจในตัวเอง คิดว่า ตัวเองมีไขมันส่วนเกิน แล้วคิดอยากจะไปกำจัดไขมันส่วนเกินนั้นออก อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจไปค่ะ มาดูข้อควรรู้และเรื่องที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ดีกว่ามั้ยค่ะ

 

1. การดูดไขมันไม่ใช่เป็นการลดน้ำหนัก อย่าง แรกเลย การดูดไขมัน มีผลเฉพาะต่อบางพื้นที่บางจุดเท่านั้น โดยเฉพาะต้นขาและเอว (พุง) นอกจากนี้ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจดูดไขมันส่วนเกินนั้น Dr.Dirk Lazarus ศัลยแพทย์พลาสติก แห่งเคปทาวน์ กล่าวว่า คุณควรมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) น้อยกว่า 30

2. หาย…แต่เพิ่ม งงมั้ยคะ แน่นอว่า การดูดไขมัน อาจจะทำให้เซลล์ไขมันของคุณหายไป แต่ไขมันส่วนอื่นอาจจะเพิ่มมาแทน เพื่อทดแทนส่วนที่หายไป ผู้หญิงรูปร่างปกติ ที่ดูดไขมันที่ต้นขาและท้องน้อย จะมีไขมันในปริมาณที่เท่ากัน เพิ่มขึ้นที่บริเวณเอวส่วนบนช่วงไหล่ และต้นแขนส่วนไตรเซพ การเพิ่มของไขมัน เป็นภาวะการพิทักษ์การสะสมไขมันของร่างกาย

…..นอก จากนี้ ภายหลังจากที่คุณดูดไขมันไปแล้ว คุณก็จะกลับไปบริโภคอาหารที่ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ใช้ในแต่ละวัน ไขมันกลับมาพอกพูนในส่วนที่เซลล์ไม่ถูกทำลาย

3. เพิ่มที่อื่นแทน แม้ว่าคุณจะทำการดูดไขมันส่วนเกินออกไปแล้ว แน่นอนว่าไขมันจะไม่กลับเข้าไปสะสมอยู่ที่เดิมที่ถูกดูดออกมา เพราะการดูดไขมัน ได้ทำลายผนังเซลล์ในส่วนนั้น แต่ไขมันก็จะไปเพิ่มอยู่ส่วนอื่นแทนนั่นเอง

4. นำไปเพิ่มที่อื่นได้ ไขมันที่ถูกดูดออกไป สามารถนำกลับมาฉีดกลับเข้าไปในอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้ ตั้งแต่ริมฝีปาก จรดอวัยวะเพศ…! นี่คือเรื่องจริงนะคะ เนื่องจากไขมันที่ถูกดูดออกมา มันคือส่วนหนึ่งของร่างกาย จึงไม่มีโอกาสต่อต้านด้วยร่างกายของตนเอง และกระบวนการนี้ สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมกันกับการดูดไขมัน เพียงแค่ฉีดยาชาเพิ่มเท่านั้นเอง

5. หญิงดีกว่าชาย ศัลยแพทย์พลาสติกจากเมือง เดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ยังกล่าวอีกว่า การดูดไขมัน มักจะประสบผลสำเร็จ ในผู้หญิง มากกว่า ผู้ชาย เพราะไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายของเพศชายนั้น ดูดได้ยากกว่าและใช้เวลานานกว่า

6. วิธีใหม่ ส่งตรงจากสปา วิธีนี้เรียกว่า Cryolipolysis (Cool Sculpting) ซึ่งเป็นการสลายไขมันด้วยความเย็น แต่วิธีนี้ ศัลยแพทย์ ยังมีข้อกังขาอยู่ว่า มีผลเป็นเพียงการสลายเฉพาะจุดเท่านั้น

7. ใช้เทคโนโลยีต่าง ผลลัพท์ต่าง การดูดไขมันด้วยวิธี Ultrasonic-Assisted Liposucting (UAL หรือ การดูดไขมันด้วยอัลตร้าซาวด์) ซึ่งใช้การประยุกต์คลื่นเสียงความถี่สูงมาใช้ ด้วยการใช้สัญญาณเสียงส่งผ่านไปที่ปลายท่อยาว และทำให้เซลล์ไขมันแบบหนาแน่นเช่น ในส่วนหน้าอกและหลัง

…..ส่วนการดูดไขมันด้วย Laser Lipolysis (การดูดไขมันด้วยเลเซอร์) ซึ่งเป็นการใช้แสงเลเซอร์ยิงเซลล์ไขมัน ที่ต้องการสลาย จนกลายเป็นน้ำมัน เมื่อไขมันสลายแล้ว ก็จะไหลออกทางเข็มทางเข้าของสายเลเซอร์

…..ยังมีอีกหนึ่งวิธี นั่นก็คือ Tumescent Technique เป็นการดูดไขมันแบบฉีดสารละลายระหว่างยาชา และยา Epinephrine เป็นวิธีที่มีการพัฒนาอย่างยาวนาน แน่นอนว่า วิธีนี้นี่แหละค่ะ ที่คุณจะได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า ผิวหนังที่ถูกดูดไขมันออกไปจะเรียบเนียน ไม่ค่อยมีร่องรอยให้เห็น เลือดออกน้อย แถมยังมีรอยเขียวช้ำน้อยกว่าอีกด้วยล่ะค่ะ

8. ผลอยู่นานขึ้น ถ้าปฏิบัติตนถูกต้อง ระยะ พักฟื้น ภายหลังจากที่ดูดไขมันจะสั้นหรือนานกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง หากว่า คุณใช้ผ้ายืดรัดกระชับรูปทรง และลดความเร็วในการเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็น เกิดลิ่มเลือดและเลือดคั่งได้ นอกจากนี้ การรับประทานอาหาร ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ควรใส่ใจ ควรหันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพ จะดีกว่า เวลาที่จะเห็นผลอย่างชัดเจนก็ราวๆ 6 เดือน นั่นคือระยะเวลาที่คุณจะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ

9. อาจมีผลข้างเคียง หากการดูดไขมัน กระทำโดยผู้ด้อยประสบการณ์ ก็จะส่งผล ให้เกิดอันตรายกันคนไข้ได้ อย่างเช่น การเกิดรอยไหม้ของไขมัน จากการ UAL (Ultrasonic-Assisted Liposucting) การอุดตันของลิ่มเลือดที่ปอด และอาการช็อคที่เกิดจากการทดแทนน้ำที่ไม่เหมาะสม ภายหลังจากการดูดไขมัน

10. อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น Marella O’Reilly CEO ของ HPCSA (Health Professions Council of South Africa) องค์กรผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุข กล่าวว่า การดูดไขมันต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ภายใต้เงื่อนไขและสภาวะแวดล้อมที่เหมาะควรเท่านั้น